TaO's profile*.~.*:: Welcome To :~:-...BlogListsGuestbook Tools Help

Blog


    October 10

    ...เกี่ยวกับโชคชะตาอีกแล้ว...


    hello sunshine, tonight is full of starts....

    therefore there isn't much for me to do, (but) enough time to sit and write to you

    How you've been sun-shine, we hardly ever met each other , haven't we?
     
    Althogh in the sky we're just as close, it's our fate (duty) to be apart.

    Even though I can't see (meet) you, I can always tell exactly where you are

    and I can still know how many heavy tasks you have, taking so much care of everyone
     
    I want to tell you that I miss you, and I'm still always concerned about you

    Though I don't know when I will see you, but I dream about you every night

    I know this moon-light is set to wait to meet you, and continue to miss you so very much
     
    ............................
     
    คนเบื้องบน มักจะมองว่า ที่ผ่านมาเป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของการเดินทาง... แต่สำหรับผู้เดินทางอย่างเรานั้น  มันไม่ใช่เลย
     
    อาจารย์ท่านนึง  อยู่ดีๆก็ถามนศพ.น้อยๆอย่างพวกเราว่า  "...เป็นไงมั่ง ครึ่งทางของปี 4 ได้อะไรมากขึ้นบ้างมั้ย  รู้สึกว่าตัวเองฉลาดขึ้น หรือโง่ลงล่ะ..."
     
    ...โดนอีกแล้วครับ...
     
    ..........................................................
     
    การเดินทางบนชั้นคลินิคนั้น  เป็นการเดินทางที่ตื่นเต้นเร้าใจสุดๆ  แต่ละวันต้องมานั่งลุ้นว่า โชคชะตาจะพาเราไปเจอกับอะไรบ้าง  บางคนได้รับประสบการณ์อันล้ำค่ายิ่งจากอาจารย์ที่ทุ่มเทและเอาใจใส่นักศึกษา  แต่ในเวลาเดียวกัน เพื่อนๆห้องติดกันกลับกำลังโดนกินหัวอย่างป่าเถื่อน  ทำให้นักศึกษาแพทย์แต่ละคนถูกหล่อหลอมให้แตกต่างกันออกไป
     
    หลายครั้งก็นึกอิจฉาเหมือนกัน ที่ทำไมคนนี้มักเจอแต่อาจารย์ที่ใจดี   แต่เราเองกลับมักจะเจออาจารย์ที่น่ากลัว และบางครั้งก็เจออาจารย์ที่ ignore คนไข้แบบไม่ค่อยใยดี  แต่ทำไมนะ  ไม่ว่าจะเจอกับใครก็ตาม  ทำให้วันนั้นเราได้อะไรดีๆกลับมาทุกครั้ง  ทำให้แต่ละวันของเราเป็นวันที่มีคุณค่า และนึกในใจทุกวันว่า ...เราในวันนี้ ต่างจากเราในเมื่อวานมากมายเหลือเกิน...
     
    แต่ว่า...เราเองก็ไม่ใช่ว่าจะชอบอาจารย์โหดๆหรอกนะ  การได้รับบทเรียนจากอาจารย์ที่ใจดี ก็จะได้รับบทเรียนอย่างหนักแน่น(เพราะไม่ต้องเอาเวลามากินหัวพวกเรา)  แต่หากอาจารย์โหดๆละก็ บทเรียนน่ะ  ไม่เคยจะได้  กินหัวอยู่นั่นแหละ  ทำอะไรก็ผิดหมด  แถมได้รับความรู้สึกแย่ๆกลับไปอีกต่างหาก  หรือหากเจออาจารย์ที่แย่จริงๆ ก็จะย้ำกับตัวเองในใจว่า โตขึ้นเราจะไม่มีทางเป็นแบบนี้  ต้องไม่เป็นแบบนี้  และในทุกๆครั้งที่เราเจอสิ่งเหล่านี้ มักจะทำให้เรารู้สึกว่า เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง  และหลายครั้งเราก็ดีใจที่พบว่า...จริงๆแล้ว เราทำให้ดีกว่านี้ได้นี่นา...นี่เรากำลังโดนหล่อหลอมอยู่หรือเนี่ย
     
    บางครั้ง เราก็คงต้องเชื่อในโชคชะตาบ้างแล้วล่ะ  ว่าสิ่งนี้มันกำลังเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเรา  ประสบการณ์ของเราที่โชคชะตาพาเราไปเจอ ทั้งอาจารย์และคนไข้  ในแต่ละวันนั้น  เป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ  นอกจากความรู้ที่ได้รับแล้ว ก็เหมือนรู้สึกว่า ตัวเองกำลังถูกเปลี่ยนแปลงทีละนิดๆ ทุกวันๆ  แม้ว่าปัจจุบันจะยังตอบไม่ได้ว่าเราเองจะเติบโตขึ้นไปในทิศทางไหน  เราเองจะโง่ลงหรือว่าฉลาดขึ้น  จะต้องถูกทำร้ายจิตใจซ้ำแล้วซ้ำอีก... แต่ก็อยากจะขอบคุณโชคชะตาบ้างแล้วล่ะ...
     
    แม้วันนี้  ยอมรับว่าเราตอนนี้ยังมีความรู้พื้นฐานน้อยสุดในrotate(หรือว่าโง่สุดน่ะแหละ) แต่หลายครั้งก็สังเกตุเห็นเหมือนกันนะว่า  โชคชะตามักจะพาเราไปเจอ case ที่ได้ความรู้มากกว่าชาวบ้านเค้าเสมอ  ไม่รู้คิดไปเองรึป่าว  แต่อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้สึกอยากขอบคุณโชคชะตาครั้งนั้นเหลือเกิน และก็หลายครั้งด้วย
     
    นักปราชญ์มักกล่าวว่า  คนที่ฉลาดที่สุด คือผู้ที่พบว่าตัวเองไม่รู้อะไรเลย  เพราะฉะนั้นถ้าถามว่า ผ่านมาครึ่งปี ฉลาดขึ้นหรือโง่ลง  ก็คงจะตอบได้อย่างไม่อายว่า  เราเนี่ยแหละ คือคนที่ฉลาดที่สุด  555  หลายคนขึ้นวอร์ดไปอาจได้รับทั้งความรู้เก่าและใหม่ แต่สำหรับเราแล้ว ทำไมเหมือนเป็นความรู้ใหม่ซะหมดเลยน้า  อ้อ...ที่ผ่านมา เราไม่รู้อะไรเลยนี่เอง  แต่พอยิ่งรู้มากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกว่า  เรายังมีสิ่งที่ไม่รู้มากขึ้นอีก  ก็น่าจะฉลาดขึ้นสินะ  เอ...หรือว่าโง่ลงหว่า  งง ล่ะสิ
     
    ครึ่งทางของปี 4 อาจน้อยนิดถ้าเอาไปทำอะไรซักอย่าง  แต่สำหรับเราแล้ว  เวลา 1 วันของเรามีค่ามากกว่า 1 วันของคนทั่วไปมากทีเดียว เพราะว่าได้อะไรกลับมามากมายเหลือเกินในแต่ละวัน  ของเพื่อนๆล่ะเป็นเหมือนกันรึป่าว
     
    ........................................................
     
     
    ปล. รักวอร์ดศัลย์ซะแล้วนะสิเรา
    เริ่มมองเห็นอนาคตตัวเองเข้าให้แล้วล่ะ