| TaO's profile*.~.*:: Welcome To :~:-...BlogListsGuestbook | Help |
|
February 18 ...เวลากับโชคชะตา...เคยรู้สึกมั้ย...ว่าโลกของตัวเอง กำลังหมุนช้าลงเรื่อยๆ
เคยรู้สึกมั้ย...ว่าเวลาของตัวเอง กำลังเหลือน้อยลงเรื่อย
แล้วเคยรู้สึกมั้ย...ว่าเวลาของตัวเองที่จะทำอะไรบางอย่าง กำลังใกล้จะหมดลง
ความรู้สึกต่างๆเหล่านี้ จะว่าไป มันก็เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นสำหรับคนที่ใกล้จะตายหรือเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
หรือไม่มันก็เป็นความรู้สึกของพระอรหันต์ชั้นสูง ที่คิดว่าความตายคือความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้
แต่มันกลับเกิดขึ้นได้สำหรับคนบางคน ทั้งๆที่เวลาของคนๆนั้น ถูกใช้ไปไม่ถึงครึ่งหนึ่งของชีวิตเลยด้วยซ้ำ
มันเป็นความรู้สึกที่ทำให้คนบางคนเร่งรีบกับการทำอะไรซักอย่าง แต่ในขณะเดียวกันกลับปล่อยปะละเลยในการทำอะไรอีกอย่าง
เพราะคิดว่าสิ่งนั้นต้องเข้ามาชนในชีวิตแน่ๆอยู่แล้วในอนาคต
ความรู้สึกนั้นคงคล้ายๆกับว่า เวลาจะพลัดพรากอะไรบางอย่างจากเราไป และยัดเยียดอะไรบางอย่างกับเราเป็นการแลกเปลี่ยน ตามแต่ช่วงเวลาที่สวรรค์กำหนดมาแล้ว
ทำให้บางช่วงเวลา คนบางคนต้องเร่งทำอะไรบางอย่าง ก่อนที่วันเวลาจะพลัดพรากสิ่งเหล่านั้นออกไปจากชีวิตของเรา
แต่ในบางเรื่อง กลับปล่อยปะละเลยที่จะเดินเข้าหาและพยายามทุ่มเทกับมัน เพราะคิดไว้ว่าซักวันหนึ่ง เวลาจะนำสิ่งเหล่านั้นเข้ามาหาเราเอง
ซึ่งทำให้คนทั่วไปอาจมองว่า คนๆนั้นละเลยต่อหน้าที่ แทนที่จะเอาเวลาไปทำสิ่งที่ควรจะทำให้ดีที่สุด แต่กลับเอาเวลาไปทำอะไรบางอย่างที่ดู...ตามใจตัวเองและไร้สาระ
สำหรับคนๆนั้น...ตอนนี้ ไม่มีทางรู้ได้เลย ว่าโชคชะตาจะมอบเวลาให้กับสิ่งนี้อีกนานแค่ไหน และเมื่อไหร่ สิ่งนี้จะถูกพลัดพรากไปจากชีวิตเค้า
และลางสังหรณ์มันกำลังบอกกับเค้าว่า เวลานั้นกำลังใกล้เข้ามาถึงแล้ววววว ไม่รู้ทำไม....
นี่ใช่มั้ย...ที่ทำให้เรารู้สึกว่า...เวลาของเรามันเหลือน้อยลงทุกที
ทั้งๆที่ เวลามันก็เป็นของ ของเรา...ไม่ใช่ของโชคชะตาซะหน่อย
February 03 ลมหนาว มักพัดพาความเศร้ามาด้วยลมหนาวพัดเข้ามาอีกครั้ง ... เป็นอีกครั้งที่ยืนยันว่า ลมหนาว พัดพาความเหงาและความเศร้ามาด้วยจริงๆ อืม...เพราะฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเขียนอะไรที่เพี้ยนน้อยลงและคนอื่นเข้าใจกันง่ายๆซะที ไม่แปลกอะไรที่ช่วงหลังๆ จะอ่านกันไม่รู้เรื่องไปตามระเบียบ เพราะจริงๆแล้ว มันคือบทความวิเคราะห์ใจนั่นเอง ได้เวลาที่จะเรียกเรตติ้งกลับคืนมาด้วย บทความเพี้ยนๆตามแบบฉบับของเราได้แล้วล่ะ ((แล้วมันเกี่ยวอะไรกะลมหนาวล่ะเนี่ย))
เคยได้ยินเพื่อนคนนึงพูดไว้นานมากแล้วล่ะ ว่า...
มี 3 สิ่งที่ทำให้ผู้ชายโตเป็นผู้ใหญ่ได้ นั่นก็คือ "การอ่าน" "การเดินทาง" และก็.."ผู้หญิง"
เราฟังครั้งแรก เราก็ได้แต่พยักหน้า และก็บอกว่า ก็จริงอ่ะนะ แต่เบื้องหลังสิ่งเหล่านั้นล่ะ มันคืออะไร และ 3 สิ่งเหล่านั้น หล่อหลอมคนๆนึงให้เปลี่ยนแปลงไปในทางใด
จากนี้ไปจะเป็นการแฉเล่นๆ ของ Skill ในการเป็นผู้ใหญ่ในแต่ละสายกัน จะว่าไปก็ไม่ต่างจากแต่ละอาชีพในเกมส์แนว RPG กันเลยทีเดียว((อันนี้คิดเล่นๆแล้วก็เขียนเล่นๆนะ ไม่ได้จริงจังและเป็นความจริง 100% แต่อย่างใด))
Overview And Outline
((อ่านตรงนี้ไม่เข้าใจไม่เป็นไร เด๋วมีขยายความข้างล่าง))
นักอ่าน - เด็กๆเหล่านี้เติบโตมาจากการได้รับแนวคิดที่ดีๆจากการอ่าน สามารถเรียนรู้อะไรดีๆจากคนที่ผ่านโลกมาแล้ว เปรียบเทียบได้กับ Rogue (พวกมือมีดที่เน้น Tactic น่ะ)
นักเดินทาง - เด็กๆเหล่านี้เติบโตมาจากการแก้ปัญหา สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองจากความผิดพลาดและประสบการณ์ตรงที่มากมายของตัวเอง เปรียบเทียบได้กับ Swordman
นักรัก - เด็กๆเหล่านี้เติบโตมาจากการรู้เขารู้เรา เข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้างได้ดี อ่านใจได้เหมือนมีเวท เปรียบเทียบได้กับ Magician
Review
จะว่าไป ความเป็นผู้ใหญ่มันวัดยากนะ แต่เราจะประเมินจากการแก้ปัญหาประจำวันที่มากมายและดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีอุปสรรคน้อยที่สุด ซึ่งสุดท้ายก็ถึงจุดหมายได้เช่นกัน
((แต่เราว่า แค่ควบคุมตัวเองได้ในระดับนึง ความคิดไม่ปัญญาอ่อนมากนัก และสามารถคิดก่อนทำได้ ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วล่ะนะ))
สาย นักอ่าน : สายนี้ เจ้าตัวจะรักการอ่านเป็นทุนเดิม โดยไม่ได้คาดหวังอะไรจากการอ่าน แต่กลับถูกปลูกฝังแนวคิดดีๆ โดยตัวเองไม่ค่อยรู้ตัวหรอก
จุดเด่น - สายนี้จะสามารถเลื่อนขั้นเป็นผู้ใหญ่ได้เร็วกว่าสายอื่นมาก เรื่องความคิดความอ่านต้องยอมรับกันเลยล่ะว่า สายนี้มีความเด่นกว่าสายอื่นๆ คงเป็นเพราะได้แนวคิดดีๆจากปลายปากกาของผู้มีประสบการณ์หลายๆคน รวมถึงการได้ฝึกคิดมาตลอดตั้งแต่เริ่มอ่านหนังสือออก ทำให้มักมีแนวคิดในการแก้ปัญหาได้อย่างดีเยี่ยม มองปัญหาได้อย่างลึกซึ้ง หากเราเจอปัญหา สิ่งที่ต้องทำก็แค่ประมวลผลดีๆ ประยุกต์ใช้กับแนวคิดเรา ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์แบบและพบข้อบกพร่องน้อยที่สุด
จุดด้อย - สายนี้จะมีความอ่อนแอมากกว่าสายอื่นๆ ด้วยความที่มีโลกส่วนตัวมากกว่าสายอื่น ทำให้ปัญหารอบข้างย่างกรายมาไม่ถึงอยู่แล้ว เลยไม่ได้ฝึกแก้มากเท่าไหร่ และเมื่อพบปัญหาที่ไม่แน่ใจว่าจะผ่านพ้นไปได้ จะไม่กล้าที่จะเสี่ยงหรือก็ไม่กล้าเผชิญปัญหา อาจเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับความผิดพลาด ทำให้กลัวความผิดพลาดตามมา และหากมันผิดพลาดละก็...จะเศร้านานมากและโทษตัวเองต่างๆนาๆ สายนี้คงต้องรออีกนานเลยล่ะกว่าจะลุกขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้ง
เพิ่มเติม - หากเปรียบเทียบเหมือนเราเล่นอาชีพ Rogue ที่เน้นหลบหลีกศัตรู แล้วหาเส้นทางที่ไม่มีศัตรูเพื่อไปถึงที่หมายโดยเร็ว และหากต้องฆ่า ก็จะมี Tactic ติดตัวมากมายจึงสามารถฆ่าในดาบเดียวได้ แต่หากฟันไม่โดนล่ะก็ โดนศัตรูตบตายไม่ฟื้นได้เหมือนกัน
สาย นักเดินทาง : นักเดินทางก็มักจะเจอปัญหาเฉพาะหน้าอยู่เสมอ แต่เจ้าตัวกลับมองว่าเป็นเรื่องสนุกและท้าทายที่จะแก้ไข สำหรับใครหลายๆคนที่เติบโตจากการทำกิจกรรมต่างๆ ก็น่าจะใกล้เคียงกับสายนี้มากสุดล่ะมั้ง
จุดเด่น - จุดเด่นของสายนี้ ก็คือ ความแข็งแกร่ง หากต้องล้มแล้วก็สามารถลุกขึ้นมาได้รวดเร็วกว่าสายอื่น หรืออาจไม่กระเทือนเลยก็ได้ เพราะสายนี้คุ้นเคยกับการหกล้มอยู่แล้ว โดยมีความคิดนึงเป็นทุนเดิมก็คือ สายนี้มักชอบลองที่จะท้าทายกับปัญหา และไม่กลัวความผิดพลาด เพราะคิดว่านั่นเป็นบทเฉลยของปัญหาที่จะเอามาเป็นบทเรียนให้เราเดินต่อไป เวลาเจอปัญหา สายนี้จึงเดินไปหาและสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ดูภายนอกแล้ว สายนี้อาจจะดูเป็นผู้ใหญ่มากสุด แต่จริงๆแล้วมันเติบโตช้าสุดเลยด้วยซ้ำมั้ง เพราะเส้นทางมันทุลักทุเลและต้องผ่านขวากหนามมาเยอะมากๆจริงๆ จึงจะ Level UP ได้
จุดด้อย - สำหรับข้อด้อยก็คือ กว่าจะผ่านช่วงแรกๆของสายนี้มาได้ ก็สร้างปัญหาให้คนอื่นช่วยแก้กันวุ่นเหมือนกัน จึงไม่แปลกที่จะโดนซอยยับ พอเลเวลสูงๆ ก็ชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยน เดินหาปัญหาอยู่ได้ แทนที่จะหลบหรือว่าเลี่ยงออกไป เพราะคิดว่าชีวิตคือการแก้ปัญหาโดยตัวเองไม่รู้ตัว หรือเป็นเพราะรู้ว่าพอไม่ได้แก้ปัญหาแล้วชีวิตมันโล่งๆนั่นเอง
เพิ่มเติม - เปรียบเทียบได้กับ Swordman หรือนักดาบ ที่มักบ้าเลือดหาศัตรูเพื่อเข้าไปฟันเพื่อเก็บค่าประสบการณ์ให้เก่งก่อน ก่อนที่จะไปถึงที่หมาย จะได้อัดกับบอสสบายๆหน่อย แน่นอนว่าการอัดซึ่งๆหน้า แบบไม่ค่อยคิดมักโดนศัตรูตบกลับมาไม่น้อย แต่ไม่เป็นไร...มันชิน
สาย นักรัก : สายนี้มันอาจเพี้ยนๆมากกว่าสายอื่นๆ แต่จริงๆแล้วสามารถทำให้เป็นผู้ใหญ่ได้ในเวลาอันรวดเร็วที่สุด แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับทุกคู่เช่นกัน
จุดเด่น - สายนี้เด่นมากในเรื่องเกี่ยวกับการ Detect ความรู้สึกคนและสามารถมองอะไรละเอียดๆได้ดีมากๆ ซึ่งการเข้าถึงความรู้สึกคนได้เนี่ย เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดในการดำรงชีวิตในสังคม และปัญหาใหญ่ๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ก็คือมักจะเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของคน การรู้เขารู้เราจะทำให้เราแก้ปัญหาดังกล่าวได้เกือบทุกปัญหาเลย และก็เป็นในรูปแบบที่สายอื่นๆจะนึกไม่ถึงอีกด้วย จึงไม่แปลกที่จะเห็นสายอื่นมานั่งขอคำปรึกษาจากสายนี้อยู่เสมอ เวลาที่เจอปัญหาแบบแก้ไม่ตกจริงๆ เหตุผลที่สายนี้เก่งเทียบเคียงสายอื่นเป็นเพราะอะไร เพราะสายนี้จะเปิดประตูเรียนรู้ไว้กว้างมากด้วยความจำเป็น เพราะคนนั้นต้องพยายามเข้าใจสิ่งที่เข้าใจยากที่สุดในโลก นั่นก็คือ ผู้หญิงนั่นเอง (ถ้ายังไม่เข้าใจก็อกหักตามระเบียบล่ะนะ)
จุดด้อย - แน่นอนว่า สายนี้มีประสบการณ์ชีวิตที่ต่ำ และแนวคิดที่เฉพาะทางเกินไป ทำให้สู้สายอื่นไม่ได้ในหลายๆจุด (เจือกฉลาดลึก แต่โง่กว้าง) เพราะฉะนั้นเส้นทางนี้ก็จะทุลักทุเลไปตลอดทางเลย เพราะปัญหาของเราไม่ใช่มีแต่เรื่องของความรู้สึกมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่ไม่ต้องกลัว สายนี้มักมีคนรอบข้างมาช่วยแก้ปัญหาให้เสมอล่ะ คงเพราะเป็นที่รักของคนรอบข้างละมั้ง
เพิ่มเติม - คงเป็นอาชีพอื่นไม่ได้นอกจาก Magician ที่มักจะ Scan ศัตรูก่อนเพื่อศึกษาข้อมูลและจุดอ่อน เมื่อรู้ว่าศัตรูแพ้เวทอะไร ก็ยิงเวทใส่ ตู้มเดียว...ตาย และแน่นอน ศัตรูบางตัวไม่สามารถฆ่าได้ด้วยเวท นั่นล่ะคือจุดด้อยของอาชีพนี้ในทุกเกมส์ วิชาสายนี้ประหลาดยิ่งนัก ผู้ร่ำเรียนจึงมักเป็นผู้ที่ถูกเลือกเท่านั้น
หลายๆคนอาจจะอ่านแล้ว รู้สึกขัดใจ เพราะคิดว่า " เอ...เราไม่เห็นจะตรงกับสายไหนเลยแฮะ " อ้อ...ใช่สิ ชีวิตคนเรามันเลือกสายที่จะเดินได้ที่ไหนล่ะ คงเป็นปัจจัยภายนอกมากมายเป็นตัวกำหนดและเลือกให้เราอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเรารู้สึกตัวว่าวัยเด็กกำลังจะผ่านพ้น เราก็จะเริ่มเติมเต็มตัวเองส่วนที่ขาด จนทุกอย่างมันปนมั่วไปหมด และพบว่าคนนั้นอาจไม่มีจุดเด่นจุดด้อยเลยก็ได้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะตอบตัวเองได้นะว่า ...สายไหนกำลังมีอิทธิพลกับเรามากที่สุด... แม้เราจะยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ แต่เราก็เริ่มมองออกแล้วล่ะ ว่าเราโน้มเอียงไปทางไหน
เย่...จบซะที แล้วก็...ไม่ต้องอ่านแบบซีเรียสก็ได้นะ เขียนขำๆจริง ไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด
ก็เข้าใจว่ามนุษย์มันซับซ้อนกว่าที่จะเข้าใจและแยกประเภทได้
แค่ตั้งข้อสังเกตเล่นๆเฉยๆแค่นั้นเอง
ชิบเป๋ง...พิมไปพิมมา ตีสี่แล้ว
เอ...พอลองอ่านดูอีกที เราก็เพี้ยนใช่ย่อยนะ พล่ามอะไรออกมาฟระเนี่ย
|
|
|