TaO's profile*.~.*:: Welcome To :~:-...BlogListsGuestbook Tools Help

Blog


    April 16

    ใครสักคนที่มีค่าแก่การรอคอย

    ใครสักคนที่มีค่าแก่การรอคอย

    ใครบางคน...ที่มีค่าพอให้รอคอยการรอคอย ... เป็นเรื่องที่ทรมาน

    โดยเฉพาะการรอคอยที่จะกลับมาพบกัน หรือรอคอยใครสักคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

    เพราะในเวลาแห่งการรอคอยนั้น มันมีมากกว่า 24 ชั่วโมง

    และเข็มนาฬิกาก็เดินช้าขึ้นอีกเป็นเท่าตัว...

    จากเวลาที่นานอยู่แล้วจึงนานยิ่งกว่า และการดำเนินชีวิตระหว่างการรอนั้น

    ก็มีตัวแปรมากมายที่จะทำให้คนเปลี่ยนไปอยู่ทุกขณะ

    เพราะทุกคนมีพื้นฐานความเหงา และโดดเดี่ยวอยู่ในตัวเอง พอๆ กับความอ่อนไหว

    เป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้ระยะทางเป็นเครื่องวัดความรู้สึก

    พิสูจน์ความแข็งแรงของความรัก วัดการกระทำ...

    ความเสมอต้นเสมอปลาย และความอดทน

    ด้วยเงื่อนไขของความลำบากแห่งกาลเวลา และตัดสินว่า...การรอคอยจะคุ้มค่าหรือไม่

    การอยู่ห่างกัน... จึงจำเป็นต้องพิสูจน์กันด้วยความเข้มแข็ง

    ต่างคนต่างก็ต้องทำหัวใจให้เข้มแข็งกับอารมณ์ต่างๆ

    ที่คอยรบกวน...และคอยชักจูงออกนอกลู่นอกทาง

    เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่าย...ที่วันนึงเราพบว่า

    คนคนหนึ่ง...คือคนที่ชีวิตเราตามหามาตลอด และใครสักคนที่เป็นได้อย่างที่เราฝัน

    มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

    และคนที่จะฝ่าฟันกับการบีบคั้นแห่งการรอคอย

    กลับมาหาเราได้ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา...

    เพราะฉะนั้น...

    ย่อมหมายถึง...ความรู้สึกที่เค้ามีอยู่ก็คงไม่ได้ธรรมดา

    และคนคนนั้นก็ย่อมเต็มค่า

    เวลาที่ชาวประมงจะเลี้ยงหอยมุก จะต้องใช้เวลาเนิ่นนาน

    และสามารถรอคอยได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเขารู้ว่า เมื่อไหร่ถึงเวลา

    ที่มุกสามารถนำมาร้อยเป็นสร้อยได้

    ย่อมเกิดค่ามหาศาล ...ชีวิตจึงจำเป็นต้องรอคอยใครสักคนให้ได้

    หากรู้ว่าเป็นใครสักคน ...ที่มีค่าแก่การรอคอย...

     

    บทความนี้   คิดว่าผมเขียนเองล่ะเซ่  ไม่ใช่ครับ
    ผมเอามาจากสเปสหมอเหนี่ยง  (ยังงงเพื่อนตรูอยู่เลย  มันมาอารมณ์ไหนฟระ)

    ...แต่มันกลับทำให้หัวใจดวงเล็กๆเกิดคำถามขึ้นมากมาย...(กรูอ่านแล้ว  เลยต้องเขียนตามน้ำเลย)

    มีคนบอกไว้ว่า  เวลาเป็นสิ่งที่ยุติธรรมที่สุดเท่าที่ฟ้าจะมอบให้มากับมนุษย์ทุกคน  ใช่  มันเป็นอย่างงั้นในความเป็นจริง
    เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เวลามันแตกต่างกัน  ก็คือ  จิตที่วอกแวกของแต่ละคน  ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีสัมพันภาพของไอสไตน์อย่างแยกกันไม่ออก
    เพราะฉะนั้น  การที่เราย้ายจิตไปวางไว้กับคนที่เรารอคอยบ่อยๆ  จึงทำให้เวลารอบข้างเดินช้าลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    หลายคนเลือกที่จะใช้ "เวลา"ที่จะพิสูจน์ความรักที่มีให้กัน 

    ท่ามกลางการรอคอยที่แสนยาวนาน  อาจทำให้ความรักที่มีมันลดน้อยลง...เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้น
    แล้วจะมีประโยชน์อะไร   ที่จะเอาเวลามาทำให้ทรมานเพื่อจะพิสูจน์สัจธรรมที่รู้กันอยู่แล้ว  
    ....เพราะฉะนั้น  เวลาไม่ได้พิสูจน์ความรัก  แต่มันกลับเป็นเครื่องมือพิสูจน์ความเป็นคู่รักที่วิเศษ  เพียงแต่....มันพิสูจน์อะไรล่ะ
    (เค้าว่ากันว่า  เป็นการพิสูจน์ความเสมอต้นเสมอปลายด้วย  ก็จริงน่ะนะ)

    ท่ามกลางการรอคอย  หลายคนอาจจะถามว่า  คุณรอคอยไปเพื่ออะไร  ....เค้าอาจจะตอบในใจว่า  เค้าไม่ได้เลือกที่จะรอคอย แต่ใจมันสั่งให้รอ  ตราบใดที่ยังเห็นความหวัง แม้จะดูน้อยนิดขนาดไหนก็ตาม
    ท่ามกลางการรอคอย  หลายคนอาจจะถามว่า  ไม่เหนื่อยบ้างหรอกับการรอคอย  ....เค้าอาจจะตอบในใจว่า แน่ล่ะ ก็เหนื่อยน่ะสิ ทุกวินาทีทรมานแทบขาดใจ
    ท่ามกลางการรอคอย  หลายคนอาจจะถามว่า  คุ้มค่ากับการรอคอยหรือไม่  ....เค้าอาจจะตอบในใจว่า  คงไม่รู้หรอก  จนกว่าการรอคอยจะสิ้นสุดลง
    ท่ามกลางการรอคอย  อาจจะมีบางคนกดดันให้หยุดยั้งการรอคอยนั้น  เพื่อหาความรักครั้งใหม่ เพราะเค้าอาจจะคิดว่า "ความรัก" นั้นหาได้ง่ายๆรอบกาย

    ความรัก  หนึ่งช่วงชีวิตของคนเรา จะเกิดความรู้สึกนี้ได้ซักกี่ครั้งกันนะ
     
    ครอบครัวบางครอบครัวที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่ได้เกิดจากความรัก  มันก็สามารถเป็นครอบครัวได้ แต่สุดท้าย...การอยู่ด้วยกัน จึงกลายเป็นการกล้ำกลืนฝืนทนไปตลอดชีวิต  หลายครั้งที่กระทบกระทั่งกัน จากการที่เรานิสัยไม่ตรงกัน  แต่ความรักก็ทำให้เราสามารถยอมรับในสิ่งที่แต่ละคนเป็นได้
    หากไม่ใช่ความรักแล้ว   การกระทบกระทั่งกันแม้เล็กน้อย  มันอาจกลายเป็นระเบิดเวลาที่รอเวลาปะทุครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้เกิดการแตกหักขึ้นมา

    เราเองคงไม่อาจพูดได้ว่าเรารู้จักความรักหรือปล่าว   เรารู้แค่เพียงว่า ใจเราต้องการอะไร และเราเลือกที่จะทำตามความรู้สึกนั้นอย่างไม่ลังเล  
    แม้ว่า  การทำอย่างนั้น อาจจะทำให้เราต้องผิดหวังหรือเสียใจ  แต่เรากลับเลือกที่จะทำ  ด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียว  ก็คือ...

    เรากลัว  กลัวว่านั่นคือ  "ความรัก"  แล้วเราจะทำสิ่งนั้นหลุดมือไปพร้อมกับกาลเวลา  ถึงเวลานั้น ให้มานั่งโทษตัวเองคงไม่ได้อะไรขึ้นมา
    เราไม่คิดหรอกนะว่า  คนที่มักโดนโชคชะตากลั่นแกล้งบ่อยๆอย่างเรา  จะมีความรักเกิดขึ้นในชีวิตได้มากกว่า 1 ครั้ง

    ความรัก  เป็นหนึ่งในไม่กี่อย่าง  ที่ต้องอาศัยการเรียนรู้จากประสบการณ์และข้อผิดพลาดในอดีตเพียงเท่านั้น 
    เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่ควรจะเตรียมตัวก่อนมีความรัก  ไม่ใช่เก็บข้อมูลหรืออ่านหนังสือให้พร้อม 
    แต่ก็คือ  เปิดประตูเรียนรู้และทำใจยอมรับในความผิดพลาดที่อาจจะต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดา  ไม่มีคู่มือ  ไม่มีสูตรลัด  ลองผิดลองถูกล้วนๆ
    เพราะฉะนั้น  แน่นอนว่า  ...คนที่ลังเลกับความรู้สึกของตัวเองหรืออะไรก็ตามแต่  ก็จะไม่มีทางที่จะได้รู้จักความรักได้เลย

    ถ้าอย่างงั้น คำถามเกี่ยวกับการรอคอย  จำเป็นแค่ไหนที่ต้องตอบ 

    ถ้าอย่างงั้น เวลามันจะพิสูจน์อะไรล่ะ

    เราว่านะ  รักแท้มันแพ้ระยะทาง  มันก็อาจจะจริง    แต่ถ้าเค้าคือคนที่ใช่แล้ว...ทุกๆคนคงเลือกที่จะรออย่างไม่ลังเล  ใช่มั้ยล่ะ
    ระยะทางที่แสนไกลหรือกาลเวลาที่แสนนาน  มันตัดเส้นใยบางๆที่เกิดขึ้นกับคน 2 คน ที่ถูกสร้างมาเพื่อกันและกันไม่ออกหรอก

    ถ้างั้น  คนที่ใช่ กับ คนที่เรารอคอยมาตลอด   ความหมายก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่   แค่ตอกย้ำให้รู้ว่า   คนที่ใช่ ...เราต้องรอ ไปตลอด (- -")

    เวลา  ไม่ได้พิสูจน์ความรัก  แต่มันก็อาจทำให้ เส้นใยบางๆนั้น  ปรากฏขึ้นมาให้เด่นชัดมากขึ้น
    และหากเส้นใยนั้นมีจริง  มันจะคอยเก็บสำรองความรักเอาไว้  เพราะฉะนั้น ความรักจะแค่ลดน้อยลง แต่ไม่มีวันหมดไป

    ความรักอาจเกิดขึ้นได้หลายครั้ง   แต่คนที่ใช่เนี่ยสิ  คนที่เคยมีความรู้สึกนี้เท่านั้นแหละ  ที่จะรู้ว่า มันจะเกิดขึ้นได้กี่ครั้ง
    ...เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดขึ้น หรือ อาจจะเกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว...

    ทรมานจากการรอคอย  กับ  ทรมานจากการ "เพิ่งรู้ว่ารัก" มันต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

    แตกต่างกันแค่ไหนนะหรอ
    ก็ลองไม่ดูแลความรักที่มีอยู่ให้ดีๆ  แล้วปล่อยมันเดินจากไปดูสิ  วันนั้นคงได้สำนึกกัน
     

     

    การรอคอย  มันสูบพลังใจให้ลดลงได้อย่างร้ายกาจ
    ใครก็ตามที่รู้ว่ากำลังรอคอยบางอย่าง
    ก็ขอให้ดูแลพลังใจตัวเองดีๆล่ะ
    ก่อนที่อารมณ์ชั่ววูบจะทำให้เราสูญเสียความรักไปตลอดกาล